ความสุขของกะทิ

posted on 31 Dec 2008 18:19 by ma--prang
ขอลาที ปีเก่า แสนเศร้าโศก
ความอับโชค ที่มา กับราศี
อีกโพยภัย ไข้ทำ ประจำมี
ในชีวี จงสลาย มลายพลัน







สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข
หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน
อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน
มีผิวพรรณ ผ่องนวล เย้ายวนชม







ปรารถนา เงินทอง กองท่วมฟ้า
ทำการค้า ร่ำรวย ไปสวยสม
มียศศักดิ์ รักใคร ใคร่ภิรมย์
ขอให้กลม เกลียวกัน และมั่นคง







ถ้าผู้ใด ใจว่าง เรื่องทางรัก
ให้พบพักตร์ กันที อย่ามีหลง
หากอกหัก หนักไป ครวญใคร่ปลง
ขอท่านจง โชคดี ทั้งปีเทอญ

++The Happiness of Kati++

posted on 29 Dec 2008 16:31 by ma--prang
ในโลกที่มี ความวกวน
ในโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรน
ที่สับสน ร้อนรนจนใจ นั้นแสนเหนื่อย
ในโลกที่ความทุกข์ท้อใจ
ได้เดินผ่านเข้ามาเรื่อยๆ
จนบางครั้งไม่รู้จะข้ามไปเช่นไร

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ
กลับทำให้ฉันยิ่งคิด ในใจ

ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ
เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบ อะไร
และฉันรู้และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้

ในอุปสรรค ที่มากมาย
ในความหวาดหวั่น ที่วุ่นวาย
และอนาคต ในปัจจุบัน และอดีต
ในความเป็นจริงที่ต้องเจอ

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ
กลับทำให้ฉันยิ่งคิด ในใจ

ฉันดีใจที่มีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ
เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบ อะไร
แต่ฉันรู้ และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ
กลับทำให้ฉันยิ่งคิด แน่ใจ

ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ
เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะไม่เหลือใครๆ
แต่ฉันก็รู้ และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้
ฉันก็รู้ และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่กับฉัน

มันเจ๋ง

posted on 08 Dec 2008 04:04 by ma--prang

ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
ผู้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม

ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดี และมีสตางค์ มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา

ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อาย และกลัวการเริ่มต้น
ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ

ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
ผู้หญิงที่ไม่โง่ รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว
- โรงเรียนสถาปัตย์ > คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นักเรียนสถาปัตย์ > นิสิต นักศึกษา
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยมักถูกเรียกว่าเด็กถาปัด ชาวบ้าน>คนที่ไม่เคยเข้าไปในโรงเรียนแห่งนี้
มักจะมีข้อสงสัยนักเรียนโรงเรียนเรามากมาย นี่คือการเปิดโปงครั้งยิ่งใหญ่

- ที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมเด็กแนว พวก บ้า สติ เพี้ยน คนเหล่านี้มีจิตวิญญานที่สามารถมองเห็นอนาคต
สร้างสิ่งสวยงามให้แก่โลกต่อไปขึ้นอยู่กับพวกนักเรียนเหล่านี้

- คนที่อยากจะเรียนโรงเรียนนี้ต้องผ่านการฝึกฝนทำข้อสอบวิชาความถนัดสถาปัตยกรรม หรือวิชาเฉพาะ
เป็นวิชาที่ไม่มีคะแนนเต็ม

- โรงเรียนมี ค่าเทอมสูง ค่าอุปกรณ์สูง ค่าครองชีพก็สูง เพื่อที่จะได้มาเงินเดือนสูง
พ่อแม่นักเรียนหลายคนยอมขายลูกหลายฝูง เพื่อจะส่งควายเรียน

- คุณสมบัติผู้ที่จะเรียน ต้องเก่งทั้งด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ มีความคิดสร้างสรร จินตนาการกว้างไกล
จริงๆแค่มีความขยัน และ ความสามารถในการอดนอนสูงก็พอ

- นักเรียนถือข้าวของรุงรังเป็นเรื่องปกติ นอกจากย่ามขนาดใหญ่ใส่อุปกรณ์
มีซูมใส่แบบไม่ใช่กระบอกข้าวหลาม
และยังแบกโมเดลแบบจำลองที่คนอื่นนึกเข้าใจว่าขยะหารู้ไม่ว่ามันคือสถาปัตยกรรมในอนาคต

- นักเรียนสถาปัตย์ จะรู้ถึงความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง
เพราะสถาปัตยกรรมเป็นมากกว่าสิ่งก่อสร้างที่มีสุทรียภาพและการใช้สอย

- ในอดีต นักเรียนมักมีแต่ผู้ชายซึ่งมีความเป็นผู้นำ ในการสร้างบ้านเมืองให้เจริญ
ปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพราะมีความขยัน ตั้งใจกว่าผู้ชาย อนาคตนักเรียนคาดว่าจะมีแต่เกย์
กระเทย ทอม เพราะพวกนี้มีครีเอทีฟสูงกว่าคนทั่วๆไป

- หนุ่มถาปัด ว่าเท่ สาวถาปัด ว่าบ้า ความยุติธรรมอยู่ที่เธอไม่ชอบอาบน้ำ

- มีนิสัยชอบบ่น วิจารณ์ ทุกสิ่งที่คิดว่าไม่ดีไม่สวย หลังจากโดนอาจารย์ด่ามา ทำให้เกิดการเก็บกด
เหมือนตัวเองออกแบบได้ทั้งโลก

- มักมีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเอง รักสันโดด ไม่ค่อยพูด รังเกียจสังคม
แต่พออยู่กับเพื่อนพวกเดียวกันกับตรงกันข้าม เพราะไม่ได้อาบน้ำ แปรงฟัน เหมือนกัน
จริงสังคมน่าจะรังเกียจมากกว่า

- นักเรียนสถาปัตย์มักทำตัวไม่เหมือนชาวบ้านเพราะมีเอกลักษณ์ 5 ยอ บ่งบอก ถึงความ เซอ อย่างไม่ตั้งใจ
แต่จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อได้เข้ามาใช้ชีวิตในโรงเรียนแห่งนี้

- ย1 ผมยาว เป็นทรงที่ถูกใจที่สุด หลังจากเปลี่ยนทรงมาแล้วนับไม่ถ้วน จากการเรียนประวัติศาสตร์ สมัยก่อน
คนที่ไว้ผมยาวต้องเป็นเป็นผู้นำ ผู้สร้าง ทำให้มี อำนาจ บุญบารมี บ้าหนังสงคราม กำลังภายใน
การหวีไม่ได้ช่วยให้เวลาแต่งตัวมีมากขึ้น

- ย 2 เสื้อยับ เมื่อถึงเวลาเรียนมักจะนึกได้ว่า ลืมซักเสื้อ นอกจากได้ลวดลายเสื้อจากการหาในตะกร้าแล้ว
เสื้อนักเรียนมัธยมบางครั้งก็มีประโยชน์ จะรีดให้เปลืองไฟไปทำไม

- ย 3 กางเกงยีนส์ รักสัตว์ โดยการให้กางเกงเป็นที่อยู่อาศัยของ หนู แมลงสาบ หลังจากโดนแทะ ขาด
ยังช่วยระบายอากาศ รับลมเวลาใส่ไปเรียน แต่ส่งกลิ่นไปถึงคนรอบข้าง เพราะไม่ซักมาหลายเดือน

- ย 4 รองเท้ายาง แตะคีบ เปลี่ยนมาใส่แทน หลังจากทนกลิ่นรองเท้าผ้าใบของตัวเอง ที่ไม่เคยซักไม่ได้
รองเท้าคู่ใหม่ระบายอากาศได้ดีเช่นกัน

- ย 5 สะพายย่าม ขนาดเป็นเรื่องสำคัญนอกจากใช้ใส่ ดินสอ ยางลม โม่ สี สเกล ฉากปรับมุม
เครื่องดื่มชูกำลัง สเปร์ยระงับกลิ่น แปรงสีฟัน มุ้ง ผ้าห่ม ยังสามารถใช้เป็นหมอนไปในตัว

- นอกจากนี้ยังมี แว่นตากันแดดแดด จำเป็นสำหรับตอนกลางวัน กันแสงแดดแสบตาเป็นแค่ผลพลอยได้
แท้จริงคือต้องการปกปิดอาการหมีแพนด้า ตาบวม

- การแต่งตัวของนักเรียนทั้งหมดออกแบบให้เหมาะสมภูมิอากาศบ้านเรา จะแต่งถูกระเบียบตามต่างประเทศทำไม
สรุปคือนักเรียนเราถูกแต่งถูกระเบียบผิด มึน ด้านการออกแบบ

- การเขียนแบบ สะอาด เนี้ยบ เรียบร้อย เส้นคม มีน้ำหนัก ตรงข้ามกับการแต่งตัว เพี้ยน บ้า เซอ สถุน
รุงรัง เสียงดัง ตังไม่มี

- เป็นเรื่องแปลกที่การแต่งตัวของนักเรียนปัจจุบันต่างกันคนละขั้วกับนักเรียนที่จบไปเป็น สถาปนิก
นักออกแบบ เนี๊ยบ เรียบร้อย ดูดี น่าเชื่อถือ เพราะต้องทำงานในสังคมชั้นสูง มีฐานะ ตอนนี้ยังไม่มีซักข้อ


- ค่าน้ำที่หอแถบจะไม่เสียเพราะไม่ค่อยได้ใช้ ตรงข้ามกับค่าไฟ
หลังจากที่ใช้โต๊ะดร๊าฟและคอมพิวเตอร์ตลอด24ชั่วโมง ทีนี้ก็จะรู้ข้อดีของการทำงานสตูที่คณะ
ไม่เสียทั้งค่าน้ำค่าไฟ

- นักเรียนทำตัวลึกลับหาตัวได้ยาก เนื่องจากกลางวันหลับ โดดเรียนLecture กลางคืนออกหากิน
ทำงานเป็นผีดิบ โต้รุ่ง

- เจอกันเพื่อนๆ พี่น้องโรงเรียน ที่ร้านเครื่องเขียนหรือเซเว่น บ่อยกว่าที่โรงเรียนเสียอีก

- เพื่อน คือ คนที่สอบเข้าพร้อมกัน รับน้องพร้อมกัน อดนอนพร้อมกัน ออนเอ็มพร้อมกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีอายุเท่ากัน ไม่มีใครแก่เกินเรียน

- แฟน คือ คนใช้ ถ้ามีอาจเป็นภาระแก่ใครก็ไม่รู้ ถ้ามีคุณสมบัติ
นอกจากน่ารักแล้วควรมีน้ำใจมากถึงมากที่สุด

- การรับน้อง คือ การแปรสภาพพฤติกรรมน้องจากเด็ก เรียบร้อย ดูดีมีชาติตระกูล ให้กลายมาเป็น เด็ก บ้า
กล้าแสดงออก

- เน่า คือ การทำผลงานที่จะส่งเสียโดยไม่ได้ตั้งใจทางออกที่ดีควรจะเริ่มทำใหม่

- เผา คือ ความสามารถในการทำงานอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีเวลาส่งมากดดัน คุณภาพมักไม่ค่อยดี
เมื่อเกิดอาการเน่าและเผามักมีอาการปวดหัวตามมา

- ตัดโม คือการทำโมเดลแบบจำลอง ด้วยกระดาษกับกาวพริตซ์ และวัสดุอื่นๆแล้วแต่แนวคิด
โดยการลดสเกลของจริงลงมาเป็นผลงาน3มิติ ต้องอาศัยการอดนอนอยู่หลายวัน

- ยิงตีฟ คือการเขียนทัศนียภาพ เป็นการนำเสนอผลงานที่สำคัญที่สุด แต่มักทำทีหลัง แปลน รูปตัด รูปด้าน
ทำให้ไม่ค่อยจะเสร็จ

- รู้ข้อดีของการออกแบบเรียบง่าย ก็ตอนตัดโมเดล งานสลับซับซ้อนของตัวเอง

- การฟังวิทยุจะรู้ว่าทั้งคืน มีอยู่เปิดไม่กี่เพลง สะล้อ ซอ ซึง แร๊พประเทศเพื่อนบ้าน
และอื่นๆที่ไม่เคยฟัง เป็นอีกทางเลือกที่ดี

- ออกแบบห้องให้คนอื่นเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การทำให้ห้องตัวเอง เป็นระเบียบ เรียบร้อย เป็นเรื่องยาก

- จะรู้ว่าห้องตัวเองรกก็ต่อเมื่อไม่มีทางสำหรับเดิน การหาอุปกรณ์ไม่เจอจะตามมา
มักจะเจออีกทีตอนที่ส่งงานเสร็จแล้ว

- รู้ตัวเองกำลังว่าเบลอ ตอนหยิบแชมพูมาใช้ล้างหน้า ใช้โฟมล้างหน้ามาแปรงฟัน รสชาติมันเปลี่ยนไป

- การทำงานโต้รุ่งดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าเป็นประจำทำให้ ความสามารถในการเผางานเร็วขึ้น
เน่าหรือไม่เน่าเป็นเรื่องที่น่าลุ้น

- ตอนส่งงานสามารถวิ่งเร็วเหมือนเจอผี เสร็จจากนั้นก็จะงง
ตัวเองอดนอนมาหลายวันไปเอาเรี่ยวแรงวิ่งมาจากไหน

- สามารถหลับมาราธอนได้2-3วันหลังจากส่งงานเสร็จ ตุนไว้ล่วงหน้าหรือว่าทดแทนคืนที่ผ่านๆมา

- หลังจากเข้ามาใช้ชีวิต จะรู้สึกว่าตัวเอง หุ่นดี เซ็กซี่ขึ้น หลังจากกินแล้วไม่นอน มันยอดมาก

- นักเรียนมักตกจะวิชานอก เพราะไม่เคยอ่านไปสอบ ไปเรียนก็บุญแล้ว ยังจะไม่ให้หลับอีก
ตรงข้ามกับวิชาในขยัน ทำงาน ส่งงานกันมากมาย ไม่งั้นโดนไทล์ได้กับไปเลี้ยงควายที่บ้าน

- ได้ F วิชา Eng แต่ชอบใช้ศัพท์อังกฤษที่พูดรู้เรื่องเฉพาะพวกเดียวกัน Space Funtion Mass Form Texture


- เรียนวิชา ดีไซน์ คอน ประวัติศาสตร์ ปรัญชา สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม
ทำให้รู้ทุกอย่างเพื่อที่จะเอาไปออกแบบ การส่งงานทุกวันทำให้เรารู้ว่าเป็น"เด็กถาปัด" >
เป็ดมีปีกแต่บินไม่ได้ แต่ตอนเป็น "สถาปนิก นักออกแบบ" > เทพไม่มีปีกก็บินได้

- การที่เกรดตัวเองลดลงไม่ได้แปลว่าตัวเองเรียนแย่ลง แต่เป็นเพราะเพื่อนเรียนดีขึ้น
ทำไมมันลดกันหมดทุกคนเลย

- ไม่แปลกที่เห็นนักเรียนบางคนวาดรูปคน เป็นปลาโลมา เพราะนักเรียนคนนั้นหันไปพึ่งพาคอมพิวเตอร์แทน

- วชาญโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3Dmax Cad Photoshop แต่ใช้โปรแกรม Excel Acces ไม่เป็น

- ซื้อนิตยสาร Art4d Birdeyeview Room ทุกเล่มที่ออกแผง แต่ไม่เคยได้อ่าน

-ใช้เวลาว่างหลังส่งงานให้เป็นประโยชน์โดยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา โดยเฉพาะวินนิ่ง ตีปัง เพราะ
ประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยดี หรือไม่ก็เล่นดนตรี ร้องเพลง สังสรรค์ เสียงดัง
รบกวนชาวบ้านที่จะอ่านหนังสือสอบ

- กลับบ้านไม่เกินปีละสองครั้ง มักจะไม่มีใครจำได้ โดยเฉพาะพ่อแม่
มักรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของลูกแต่พอเรียนกับ ภูมิใจ ในภาพพจน์อาชีพอันมีเกียรติของลูกตัวเอง

- การออกทริป ทัศนศึกษา คือการไปเที่ยวไม่ใช่การไปเรียน หรือ ดูงานนอกสถานที่

- เข้าวัดบ่อยแต่ไม่ได้ไปทำบุญ เพราะจำเป็นต้องไปยุ่งกับ ช่อฟ้า ซุ้มประตู องค์ประกอบ เจดีย์ วิหาร
อุโบสถ มีแต่คนแก่ๆทั้งนั้นเลย

- ชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิต จิตใจ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้าง อาคาร วัดวาอาราม
แต่ไม่ชอบถ่ายรูปตัวเองเพราะโทรมได้ทุกวัน

- เลี้ยงแฟมน้องรหัสไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรจากน้อง แต่ถ้าไม่ไปช่วยพี่ทำงาน แกต้องตาย

- วิทยานิพนธ์ปีสุดท้าย > การทำโครงการก่อสร้าง ร้อยล้าน พันล้าน ตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน พิพิธภัณฑ์
รีสอร์ท โรงแรม สนามกีฬา บางคนฝันออกแบบสนามบิน อาจทำได้แค่ออกแบบสนามเด็กเล่น แล้วแต่ความเทพของแต่ละคน
ทำกันทั้งปี ทำแล้วก็ไม่ได้สร้าง ไม่ทำก็ไม่จบ

- เมื่อใกล้เวลาส่งวิทยานิพนธ์ก็ถึงสัปดาห์รวมญาติหรือว่าสัปดาห์นรก สตูทำงานกับเปลี่ยนเป็นโรงงานนรก
ที่รกมากจนถึงมากที่สุด

- โรงเรียนแห่งนี้นอกจากจะผลิตสถาปนิก และ ดีไซเนอร์ ยังผลิต สถาปนึก นึกได้แต่สร้างไม่ได้ และ
ดีไซเปอร์ เรียนไม่น้อยกว่า5ปี เปอร์ได้ไทล์ก็ อดจบพร้อมเพื่อน

- ละคอนถาปัด คือ ละครเวทีที่ไร้สาระที่สุด แต่กลับมีคนอยากดูมากที่สุด
เป็นกิจกรรมเดียวที่ชาวบ้านจะได้รับรู้ ถึงจินตนาการอันกว้างไกล สร้าง ฉากอลังการงานนี้ไม่มีเผา
เรียนไม่รุ่งมักจะมุ่งแสดงละคอน

- ถาปัด รักออกแบบไม่ได้ ออกแบบได้ตั้งแต่ไม่จิ้มฟันยันเรือรบ แต่กลับออกแบบความรักไม่ได้
สมควรแล้วที่ไม่มีแฟน

- โรงเรียนแห่งนี้นอกจากสอนให้เรารู้จักคิด รู้จักสร้าง รู้จักวางแผน
และยังสอนประสบการณ์ให้เราใช้เวลาอย่าคุ้มค่า ขยัน มีวินัย มีความเป็นผู้นำกล้าคิดกล้าแสดงออก
ใครมีโอกาสเดินเข้ามาที่แห่งนี้ก็จะได้รู้ว่า..โรงเรียนสถาปัตย์..มีคำตอบมากกว่าที่คิดเล่ายังไงก็ไม่จบ
ท่านผู้อ่านเป็นอีกคนรึเปล่าที่ มีแฟนขี้หึง? เอ๊ะ หรือคุณเองต่างหากที่หึงแฟนน้า ที่จริงใครจะหึงใครก็ดีอยู่หรอก เพราะนัยนึงก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แฟนยังหึงอยู่ก็แสดงว่า แฟนทั้งรักและหวง รวมทั้งอยากให้เป็นของเค้าเพียงคนเดียว...แต่เอ๊ะ ประการหลังที่ว่า อยากให้เป็นของเค้าคนเดียว ฟังดูทะแม่งๆ แหม ทำหยั่งกะ “คนที่เป็นแฟน” ไม่มีหัวจิตหัวใจ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงของเค้างั้นแหละ

ดังนั้น จงอย่ามองข้าม อาการขี้หึงของทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณกะฉวยมาเป็น แฟนด้วยละกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะอารมณ์แบบนี้ ทำให้ชีวิตคู่พังพินาศมานักต่อนักแล้วอ่ะดิ แล้วไม่ว่าใครจะแสดงอารมณ์หึงออกมาด้วยพฤติกรรมแบบไหน? เช่น พอหึงแล้วทำทีไปจับมือเค้าไว้ เพื่อแสดงให้คนอื่นรู้ว่า เค้ามีแฟนแล้ว ย่อมดีกว่า พอหึงแล้วอาละวาดโครมครามให้ขายหน้าประชาชีว่ามะ โถ โตๆ และมีการศึกษากันแล้วยังทำเป็นนางร้ายในละครทีวีอีกเรอะ แต่สังเกตสังกากันรึเปล่าว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพศไหนขี้หึงมากกว่ากัน?

โอ้ โห ถามอะไรก็ไม่รู้ ตอบย้าก ยาก เพราะบทคนเราจะหึงแล้วละก็ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็โชว์ลีลาการหึงได้ดุเด็ดเผ็ดแสบ และเข็ดฟันไม่แพ้กันนักหรอก ฉะนั้น หากท่านใดรู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึงละก็ มาหาทางแก้ไขกันเหอะ ด้วยการ.....

1. คิดให้ตกว่า ความหึง เป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลา

แทน ที่คู่รักมัวแต่จับผิดกันว่า เดี๋ยวจะมีใครมาชอบแฟนตูรึเปล่าว่ะ หรือไม่งั้นก็กังวลว่า ทำมั้ยทำไมแฟนเราชอบเหล่มองคนอื่นอยู่เรื่อย แถมมองไม่มองเปล่า แต่มองด้วยสายตาเจ้าชู้ ซึ่งน่าตื้บหรอกนะ แต่คิดดูดิ ว่าจะเอาเรื่องแค่นี้มาใส่ใจไปทำไม? ในเมื่อเค้าก็ได้แต่มองล่ะว้า...นี่พูดถึงคนที่ชอบมองอย่างเดียวจริงๆ ไม่ได้หวังจะไปหาเศษหาเลยนอกลู่นอกทางนะ

เพราะถ้าเค้าอยากจีบหรือ กิ๊กกะคนอื่นจริงๆ ละก็ ไม่มีวันซะล่ะ ที่จอมเจ้าชู้จะทำต่อหน้าต่อตาแฟนตัวเองให้จับได้ ดังนั้น พวกเราสู้ใช้เวลาที่ต้องคอยพะวงพะแวงไปทำประโยชน์ให้ตัวเองไม่ดีกว่าเรอะ ด้วยการยึดทรัพย์ของแฟนมาดเจ้าชู้ทั้งหมดมาเป็นของเราซะ แล้วปล่อยมันไป จะไปหว่านเสน่ห์ใครก็เอาเหอะ เพราะไม่มีทางรั้งมันอยู่ร้อก แค่สั่งสอนให้เค้าบ่จี๊ไม่มีเงิน ก็ไม่น่าจะไปไหนรอด คอยดูละกัน

2. จำไว้ว่า ความหึงมีแต่บ่อนทำลายสัมพันธภาพของคู่รักที่เคยรู้สึกดีๆ ต่อกันให้พังทลายลง แล้วยังอยากหึงอีกเรอะ

ของ พรรค์นี้ที่จริงแทบไม่ต้องอธิบายก็เข้าใจกันอยู่แล้วใช่ม้า ว่าขืนมัวหึงไม่เข้าเรื่อง, หึงสะเปะสะปะ และไม่บันยะบันยัง แทนที่ “คนถูกหึง” จะรู้สึกดีว่าแฟนรัก ตรงข้าม อาจผิดหวังมากกว่าสิ เพราะถ้าหึงแบบไร้สติก็เท่ากับระแวงกันนี่หว่า แถมยังหมายความว่า ไม่ไว้ใจกันซะด้วย จนดีไม่ดีอาจทำให้ “คนถูกหึง” อยากตีตัวออกห่าง เพราะเหนื่อยใจน่ะสิ...ถามได้ แทนที่เป็นคู่รักแล้วจะอยู่กันอย่างมีความสุขกลับทุกข์ถนัด เฮ้อ...เสียดายจัง รู้งี้อยู่คนเดียว ไม่หาเหาใส่หัวซะก็ดี

3. ท่องไว้เลยว่า ถ้าอยากเอาชนะความหึงต้องอาศัยความอดทน, อดทน และอดทน ไม่มียาแก้ความขี้หึงยี่ห้อไหนที่ใช้ได้ผลชะงักไปกว่า ความอดทนอีกแล้วละน้องเอ๊ย

ฉะนั้น หากให้แนะอย่างกำปั้นทุบดิน ก็จงทำตัวแบบ “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” เข้าไว้ แล้วบางที เหตุการณ์ ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ไม่น่าไว้ใจแฟนก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีเองแหละ เพราะความอดทนก็คือการประนีประนอม ของคู่รักอย่างนึง แถมยังเป็นการให้เกียรติเค้าด้วย

มีสาวบางคน เห็นแฟนเข้าไปกอดเด็กสาวคนนึง แล้วใจหล่อนงี้อู้หูแทบอยากฉีกแฟน ออกเป็นชิ้นๆ ไปเดี๋ยวนั้นเลย แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ แฟนก็แนะนำให้รู้จักว่า เด็กคนนี้คือน้องสาว หรือหลานเค้าต่างหาก ฝ่ายหญิงจึงเกือบโดนข้อหาทำร้าย ร่างกายไปแล้วไหมล่ะ แต่ดีที่อดทน ไม่แสดงความรู้สึกเฟอะฟะและตีตนไปก่อนไข้ออกมาซะก่อน เรื่องนี้จึงจบอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง ไม่งั้นคงหน้าแหก และผิดใจกะแฟนไปแล้ว นี่แน่หวิดตกพุ่มม่ายแล้วไหมล่ะ

4. รู้ป่าวว่า ความหึงทำให้คนหน้าตาดีแก่เร็วมานักต่อนักแล้ว

สังเกต ตอนที่คุณหึงสิ หน้าตาของคุณเป็นอย่างไรกันมั่งล่ะ? รับรองสีหน้าย่อมขาดความสุข, คิ้วขมวด, ยิ้มไม่ออก หรือไม่ก็ทำเป็นแสยะยิ้ม รวมถึงการชักสีหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนพา ตีนกา ให้เกิดขึ้นเร็วกว่าวัยอันควรทั้งน้านล่ะ ขืนมีสีหน้าบอกบุญไม่รับบ่อยๆ อีกหน่อยอาจเสียตังค์ไปลบริ้วรอยไม่รู้ด้วย

รู้งี้ แล้วยังอยากหึงแรงเพราะรักแรงอีกมะ สู้รักษาหน้าตาดี๊ ดีของคุณๆ เอาไว้ไม่ดีกว่าเรอะ เพราะแฟนใครมั่งว้า ที่ยังอยากอยู่กับคนหน้าตาบูดบึ้ง หรือคิ้วผูกโบ แถมยังมีริ้วรอยบนหน้าผากน่ะ ขืนหึงแล้วทำให้แก่ไว้ไว งั้นกรุณาคิดกันซะให้ดีๆ ก่อนหึงละกันนะ

5. ก่อนหึง อย่าลืมฉุกคิดไว้เสมอว่า คุณกำลังคิดมากไปเองแหงเลย จะได้สบาย

ใจ แม้แฟนจะไม่ชอบเอ่ยปากบอกรักคุณบ่อยๆ จะเป็นเพราะเค้าปากหนัก หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้อง พูดซ้ำพูดซากก็แล้วแต่ จงเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ว่า คุณเองก็มีดีอยู่ในตัวไม่แพ้ใครๆ ดังนั้น ต่อให้แฟนเป็นคนขี้เบื่อขนาดไหน ก็ไม่ยอมพรากจากกันแน่ๆ เพราะหนูเป็น 1 ในตองอูนี่นา แต่มั่นใจในตัวเองก็ควรมีดีอยู่กะตัวจริงๆ แค่เนี้ย ก็ไม่ต้องเหวี่ยงแหหึงเรื่อยเปื่อยแล้วน่ะเซ่